ดอร์ทหมุนด์ พร้อมขาย ซานโช่ 115 ล้านปอนด์

Featured

 

   เทเลกราฟ สื่อชื่อดังรายงานว่าโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตั้งราคา เจดอน ซานโช่ ปีกขวาทีมชาติอังกฤษ เอาไว้ที่ 115 ล้านปอนด์ โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมหลักที่ตกเป็นข่าวให้ความสนใจสตาร์วัย 20 ปี และพร้อมจะพร้อมทุมเงินไปร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดหลังจบฤดูกาลนี้

โดยเทเลกราฟ ระบุว่า  ดอร์ทหมุนด์ตั้งท่าเรียกค่าตัวนักเตะรายนี้สูงถึง 115 ล้านปอนด์ แม้ว่าช่วงหลังนักเตะจะมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีนัก

รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังสงวนในการที่จะยื่นข้อเสนอจำนวนดังกล่าว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิท-19 ซึ่งจะต้องประเมินอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะยังมีเป้าหมายเสริมทัพในตำแหน่งอื่นๆด้วย

สำหรับซานโช่ เหลือสัญญากับดอร์ทมุนด์ถึงปี 2022 ฤดูกาลนี้เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากซัด 17 ประตู และจ่าย 16 ครั้ง ในการลงเล่นบุนเดสลีก้า 28 นัด

แปลและเรียบเรียงโดย สูตรบาคาร่า

ไรโอล่าเผย ป็อกบา อยากกลับยูเว่

Featured

 

  มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ชื่อดัง ออกมาเปิดเผยว่า ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความต้องการย้ายกลับไปเล่นให้ยูเวนตุส

โดยป็อกบา ย้ายจากยูเวนตุส กลับไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัวราว 89 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติโลกในเวลานั้น ข้อมูลโดย FIFA5555

อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถทำผลงานที่ดีได้ และเหมือนว่าเขาไม่มีความสุขจากการตกเป็นเป้าจากแฟนบอล ก็มีข่าวลือการย้ายทีมของนักเตะรายนี้ฝมาโดยตลอด ทั้งกับบาร์เซโลน่า เรอัล มาดริด รวมถึงการกลับไปเล่นที่อิตาลีกับทีมเก่าอย่างนยูเวนตุส เมื่อถูกถามถึงเรื่องดังกล่าว โดย ไรโอล่า  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าอนาคตของ ป็อกบา จะมีความชัดเจนหลังจากจบฟุตบอลยูโร 2020 กลางปีนี้

 

ผิดคาด!

    

    จากการที่ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สามารถอุทธรณ์โทษแบนที่ยื่นไปยังศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลกได้สำเร็จ ในกรณีที่พวกเขาถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือว่าฟีฟ่าสั่งแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่เป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่จากการที่สโมสรสามารถยื่นอุทธรณ์ผ่าน ทำให้เชลซีจะสามารถซื้อนักเตะใหม่มาลงทะเบียนใช้งานได้ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบเดือนมกราคมนี้ทันที ซึ่งทุกฝ่ายคาดการณ์กันว่าแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือของทีมจะสั่งเดินเครื่องไล่ล่านักเตะใหม่เข้ามาสู่ทีมอย่างแน่นอนในตลาดหน้าหนาวนี้ เพราะพวกเขามีปัญหาในเรื่องของแนวรับมาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลเลยทีเดียว จนถึงตอนนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ แม้ว่าจะได้อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมันหายเจ็บกลับมาแล้วก็ตาม และยังมีนักเตะในตำแหน่งอื่นที่พวกเขาเล็งที่จะคว้าตัวไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลอีก ทำให้ยังไงแล้วทุกคนก็ฟันธงไปว่าทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” จะมีการซื้อนักเตะอย่างแน่นอนในเดือนมกราคมนี้ อยู่ที่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น เพราะพวกเขามีเงินที่รอการระบายมาจากการขายเอแดน อาซาร์รวมอยู่ในนั้นด้วย

แต่จนถึงตอนนี้ที่ผ่านมาจะถึงช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดการซื้อขายนักเตะหน้าหนาวแล้ว แต่ว่าวี่แววในการเสริมทัพของเชลซีนั้นถือว่าเงียบกริบเลยทีเดียว ต่างจากที่ดาการณ์กันไว้อย่างมาก ทั้งๆ ที่พวกเขายังมีลุ้นอยู่หลายรายการ รวมถึงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่จะต้องพบกับบาเยิร์น มิวนิคอีกด้วย แต่ท่าทีดูเหมือนว่าเชลซีอาจจะไม่เสริมทัพในช่วงมกราคมนี้ก็เป็นได้ ซึ่งไม่รู้ว่าแฟรงค์ แลมพาร์ดจะไปคุยกับบอร์ดบริหารของสโมสรอย่างไรต่อไป เพราะหากผลงานของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหลังจบฤดูกาลนี้ก็มีโอกาสที่จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับการคุมทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์เช่นกัน และก็รู้กันอยู่แล้วว่าเชลซีเป็นทีมที่เปลี่ยนกุนซือบ่อยที่สุดทีมหนึ่งนับตั้งแต่ที่มีโรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเข้ามาเป็นเจ้าของสโมสร

การซื้อนักเตะตอนนี้ทีม “สิงห์บลู” อาจจะมองว่าอาจจะถูกทีมเป้าหมายโก่งค่าตัวเอาได้ เพราะเป็นการซื้ออย่างเร่งด่วน หรือว่าแพนิค บาย ทำให้ทีมอื่นๆ เตรียมจะฟันค่าตัวจากเชลซีหัวแบะอยู่แล้วในตอนนี้

 

ช้าได้โล่ห์!

    

  ข่าวการซื้อขายนักเตะในช่วงเดือนมกราคมปีนี้นั้นถือว่าเงียบเหงามาก ถึงแม้ว่าปีที่ผ่านๆ มาจะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีทีมไหนขยับในการซื้อขายกลางฤดูกาลมากนัก แต่ก็พอจะมีบ้างในแต่ละปี แต่ทว่าฤดูกาลนี้กลับเงียบเหงากว่าเดิมด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่มีหลายสโมสรที่ถูกมองว่าควรจะซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงนี้เพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเชลซีที่โดนแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่สามารถยื่นอุทธรณ์ผ่านแล้วก็น่าจะลงตลาดรอบนี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ต้องการกองกลางเข้ามาเสริมทีมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้บรรดาสื่อต่างๆ ก็จับจ้องการซื้อขายของ 2 สโมสรนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

โดยข่าวที่ได้รับความสนใจ และแรงที่สุดในช่วงที่ผ่านมาก็คือดีลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวบรูโน่ แฟร์นานเดส กองกลางห้องเครื่องทีมชาติโปรตุเกสของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งอันที่จริงมีข่าวเชื่อมโยงมาตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้แล้วด้วย แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าจะกลับมาเป็นจริงในตลาดหน้าหนาวรอบนี้เพราะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการนักเตะในตำแหน่งแดนกลางเป็นอย่างยิ่ง เพราะกองกลางตัวหลักของพวกเขาทั้งปอล ป็อกบา และสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ต่างบาดเจ็บกันทั้งคู่ ทำให้ตัวเลือกในแดนกลางตอนนี้เหลือไม่มากนัก ซึ่งข่าวนั้นแรงมาตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมแล้วด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัวดาวเตะรายนี้ได้สำเร็จ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

แต่อย่างที่ทราบกันว่าการเจรจาซื้อนักเตะของทีม “ปีศาจแดง” นั้นมีปัญหาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความล่าช้าเนื่องจากการต่อรอง ซึ่งเป็นมาตั้งแต่เคสของอาร่อน วาน บิสซาก้า และแฮร์รี่ แม็คไกวร์แล้วด้วย ซึ่งกับดีลนี้ก็เช่นกันซึ่งเล่นแง่กันมาอย่างยาวนานจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงกันแต่อย่างใด และมีโอกาสที่จะเกิดดีลล่มเลยด้วยซ้ำ เพราะจำนวนเงินค่าตัวที่ทั้ง 2 สโมสรต้องการซื้อกับต้องการขายนั้นต่างกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะได้ตัวบรูโน่ แฟร์นานเดสหรือไม่ การทำงานอย่างล่าช้าแบบนี้ก็จะเป็นปัญหากับพวกเขาต่อไปในดีลอื่นๆ หลังจากนี้อยู่ดี

‘ป็อกบา’ กับ “ราชันย์”

 

   ใครต่อใครที่ติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศตลอด 2 ปีที่ผ่านมา น่าจะทราบกันดีว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” ในยุคที่มีซีเนอดีน ซีดาน อดีตยอดดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสเป็นกุนซือ เขาต้องการคว้าตัวปอล ป็อกบา กองกลางรุ่นน้องชาติเดียวกันมาร่วมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากซีดานชอบสไตล์การเล่น และทักษะของกองกลางจอมตัดผมรายนี้เป็นอย่างมาก ติดอยู่ที่ว่าเรอัล มาดริดในช่วงที่ผ่านมาใช้เงินซื้อนักเตะรายอื่นเข้าทีมไปมากพอสมควร และเมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาก็เช่นกัน ที่พวกเขาใช้เงินไปกว่า 300 ล้านยูโรในการเสริมทัพ ซึ่งถือว่าเยอะมาก แม้ว่าจะเป็นเรอัล มาดริด ทีมที่รวยที่สุดในโลกของวงการฟุตบอลแล้วก็ตาม ทำให้แผนการรีโนเวตกองกลางของทีมต้องพับเก็บไปก่อนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งซีดานมีแผนเปลี่ยนถ่ายเลือดกองกลาง 3 ประสานของทีมที่เริ่มโรยราแล้ว 2 ราย ทั้งลูก้า โมดริช กัปตันทีมชาติโครเอเชียที่อยู่ในวัย 34 ปีแล้ว และโทนี่ โครสส์ กองกลางทีมชาตเยอรมันที่ก็เข้าสู่วัย 30 แล้วเช่นกัน ซึ่งคาดว่าซีดานต้องการปอล ป็อกบามาเล่นในตำแหน่งของลูก้า โมดริช ที่ก็มีข่าวว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้พอดี

ดูเหมือนว่าความต้องการของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งของเรอัล มาดริด และปอล ป็อกบากำลังจะมาเป็นความจริงในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะป็อกบาเหลือสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีก 2 ปีเท่านั้น และท่าทีของป็อกบาไม่น่าจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมอย่างแน่นอน ติดอยู่ที่ว่าการเจรจาซื้อขายของ 2 สโมสรอาจจะไม่ราบรื่นนัก เพราะดูเหมือนจะไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่ระหว่างผู้บริหารของทั้ง 2 ทีม ที่เคยบาดหมางเล็กๆ กันมาในช่วงที่ดีลดาบิด เด เกอากันเมื่อหลายปีก่อน และคราวนี้น่าจะถึงทีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบ้างที่จะโก่งราคาของอดีตกองกลางค่าตัวแพงที่สุดในโลกรายนี้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าฤดูกาลหน้าเรอัล มาดริดจะมีงบประมาณในการเสริมทัพอีกเท่าไหร่ ซึ่งพวกเขาก็มีแพลนกับนักเตะอีกหลายคนด้วย โดยเฉพาะคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสที่คาดกันว่าจะเป็นดาวเตะแห่งทศวรรษนี้เลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายป็อกบาจะได้ทำงานร่วมกับซีดานหรือไม่ หลังจบฤดูกาลนี้น่าจะได้คำตอบ

แหล่งหากิน “งูใหญ่”

     

   ทีมอินเตอร์ มิลาน อดีตยักษ์ใหญ่ของศึกกัลโช่ เซเรีย อาในช่วงปลายทศวรรษที่ 2000 และมาประสบความสำเร็จสูงสุดในปี 2010 ด้วยการเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีส แต่หลังจากนั้นมาพวกเขาก็เริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ และถูกยูเวนตุสครอบครองความยิ่งใหญ่ในลีกไปเกือบ 10 ปีแล้ว โดยที่พวกเขาไม่ได้แม้แต่การเป็นรองแชมป์ หรือคู่ต่อกรในการแย่งแชมป์กับทีม “ม้าลาย” ด้วยซ้ำ แต่ทว่าในฤดูกาลนี้พวกเขาตัดสินใจไปดึงอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่เคยพาพลพรรค “เบียงโคเนรี่” คว้าแชมป์มาแล้วในช่วงแรกๆ ของการครองความยิ่งใหญ่มาจนถึงตอนนี้เข้ามาคุมทีมแทน ทำให้อินเตอร์ มิลานกลายเป็นทีมที่ต่อกรกับยูเวนตุสในการเบียดแย่งแชมป์สคูเด็ตโต้ได้ในทันทีในฤดูกาลนี้

หลังจากที่คอนเต้เข้ามาคุมทีม อินเตอร์ มิลาน มีการเปลี่ยนแปลงการมองหานักเตะใหม่เข้าสู่ทีมไปทันที โดยทีม “งูใหญ่” เริ่มมองไปที่นักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในเวทีพรีเมียร์ลีกแทน ซึ่งกุนซือวัย 50 เคยเป็นกุนซือให้กับเชลซี ทีมดังของพรีเมียร์ลีกถึง 2 ปีทีเดียว ทำให้เขาทราบถึงข้อมูลนักเตะจากลีกนี้ดี และสุดท้ายเขาก็ล็อคเป้าให้ทีมคว้าตัวโรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติเบลเยี่ยมมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้ได้ นอกจากนั้นยังดึงอเล็กซิส ซานเชส ปีกทีมชาติชิลีตามมาด้วย ซึ่งในรายของลูกากูนั้นกลายเป็นดาวซัลโวของสโมสรในฤดูกาลนี้ไปเรียบร้อยแล้วในตอนนี้

นอกจากนั้นดูเหมือนว่าอินเตอร์ มิลานยังคงติดใจการซื้อนักเตะจากเกาะอังกฤษอยู่ เพราะตอนนี้พวกเขากำลังเดินเรื่องหลายดีลทีเดียว โดยก่อนหน้านี้มีข่าวกับแอชลี่ย์ ยัง แบ็คจอมเก๋าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่กำลังจะหมดสัญญาในช่วงกลางปีนี้ รวมถึงคริสเตียน อิริคเซ่น เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเดนมาร์กก็เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าในรายของอิริคเซ่นพวกเขาจะทุ่มเงินคว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้เลย เพราะกลัวทางปารีส แซงต์ แชร์กแมงจะมาฉกตัวไป นอกจากนั้นแล้วยังมีโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้ารูปงามดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสของเชลซีอีกราย ที่อินเตอร์ มิลานกำลังเดินเรื่องเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมในเร็ววันนี้ ซึ่งนักเตะจากพรีเมียร์ลีกถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหม่ของทีม “งูใหญ่” ไปแล้วในตอนนี้

ใครจะเอา “J Lingz”

   มีข่าวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า ตัวรุกจอมเกรียนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เปลี่ยนไปใช้บริการของนายหน้าคนเก่งอย่างมิโน่ ไรโอล่า ยอดซุเปอร์เอเย่นต์คนดังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อหวังที่จะให้เอเย่นต์หน้าเลือดรายนี้หาต้นสังกัดใหม่ให้เขาในเร็ววันนี้ หลังจากที่โดนแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบ่นด่ามาตลอดนับตั้งแต่ที่เขาเริ่มฟอร์มไม่ดีในปีที่แล้ว จนไม่สามารถช่วยทีมทำอะไรได้เลย ทั้งการทำประตู และการแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูในพรีเมียร์ลีกเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เขาได้รับความกดดันอย่างหนักจากแฟนบอล รวมถึงปัญหาชีวิตรุมเร้า และการเสียคุณแม่ที่มาเสียชีวิตไปอีก ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่เขาให้ไว้ในการที่ฟอร์มการเล่นตกมาจนถึงบัดนี้

การจะหาทีมใหม่ให้กับเจสซี่ ลินการ์ดในวัย 27 ปีถือว่าเป็นเรื่องท้าทายความสามารถของมิโน่ ไรโอล่าไม่น้อย ถึงแม้ว่าเขาจะมีเส้นสาย และสายสัมพันธ์อันดีกับหลายสโมสรในยุโรป โดยเฉพาะในอิตาลี แต่การจะเอานักเตะฟอร์มตกไปเร่ขายแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ทีมอื่นมาสนใจในตัวของลินการ์ดง่ายๆ ซึ่งคงต้องเป็นทีมที่หมดหนทางจริงๆ เท่านั้นถึงจะมาสนใจ “J Lingz” ในตอนนี้ ซึ่งสถานการณ์ของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตอนนี้ก็ไม่ดีเหมือนก่อน เพราะโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เริ่มให้เขาเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น และช่วงหลังมีหลุดออกจากทีมไปเลยด้วย โดยตอนนี้กุนซือชาวนอร์เวย์เริ่มตาสว่าง และมักให้อันเดรส เปไรร่า ไปยืนเป็นเพลย์เมคเกอร์แทนลินการ์ด ซึ่งดาวเตะบราซิเลี่ยนก็ทำได้ดีกว่าจริง ถึงแม้ว่าจะไม่มากก็ตาม แต่เขาก็ยังมีอะไรมากกว่าลูกขยันที่ลินการ์ดมี ทำให้สามารถยืดตัวจริงได้สำเร็จ

ตอนนี้เจสซี่ ลินการ์ด มีข่าวลือกับหลายทีมในอิตาลี ทั้ง 2 ทีมใหญ่ในเมืองมิลาน รวมถึงโรม่าด้วย ซึ่งทีมเหล่านี้ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะมิโน่ ไรโอล่าดูจะมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทีมเหล่านี้ และสโมสรเหล่านี้ก็เหมือนจะยังขาดตัวรุกอยู่ แต่ทีมไหนที่จะจ่ายค่าตัวที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเรียกร้อง รวมถึงค่าเหนื่อยของดาวเตะผู้นี้ที่รับอยู่ประมาณ 1 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งบอกได้เลยว่ายากสำหรับทีมในอิตาลี

ลุ้นกันต่อ แมนยู กับ เฟอร์นัน

   

  ในช่วงสุดสัปดาห์นี้น่าติดตามอย่างมาก ว่าจะมีการปิดดีลที่สำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือไม่ ในกรณีของบรูโน่ เฟอร์นัน กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของสเปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่ตอนนี้ข่าวล่าสุดเปิดเผยออกมาว่า เหลือแค่การเจรจาของสองทีมว่าจะตกลงค่าตัวของนักเตะรายนี้ได้หรือไม่ ซึ่งถ้าตกลงกันได้ ก็น่าจะมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นแน่นอน โดยคาดว่าค่าตัวของนักเตะรายนี้น่าจะอยู่ในระดับ 42 – 62 ล้านยูโร คาดว่าความชัดเจนของดีลนี้น่าจะได้บทสรุปหลังเกมส์ดาร์บี้แมตช์ของลีกโปรตุเกส ที่สเปอร์ติ้ง ลิสบอน จะพบกับ เบนฟิก้า ในคืนวันศุกร์นี้

การกลับมาของ อิบรา

   

   ได้เปิดตัวซักที สำหรับกองหน้าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสวีดิช ที่กลับมาเล่นในฟุตบอลลีกอิตาลีอีกครั้ง โดยเซ็นสัญญาจำนวน 18 เดือนกับ เอซี มิลาน ยักษ์หลับแห่งวงการฟุตบอลอิตาลี ผลงานการเล่นของซลาตันในฟุตบอลเมเจอร์ลีกสเหรัฐอเมริกาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม และนักเตะเองก็คิดว่าเขานั่นสามารถที่จะมาเล่นฟุตบอลในระดับสูงได้ ทำให้ตัดสินใจที่จะมาเล่นกับเอซี มิลาน อีกครั้ง หลังจากที่เคยค้าแข้งที่นี้มาแล้ว หลายคนเชื่อว่าซลาตัน น่าจะสามารถช่วยทีมได้เพราะมีประสบการณ์อย่างมากมาย อีกทั้งด้วยคุณภาพของเขา น่าจะช่วยทีมให้ได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้าได้สำเร็จ